Available in ENJATHDE

โลกของทีมในทีม

อัตราการของเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบทวีคูณนับตั้งแต่ทศวรรษ 1700 เป็นอย่างน้อย เช่นเดียวกับจำนวนคนที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลง  การเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณนี้ ยังครอบคลุมไปถึงความร่วมมือของนักสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้น มีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้น รวมทั้งมีจำนวนมากขึ้นเป็นทวีคูณเช่นเดียวกัน (และผมเชี่อว่าสิ่งนี้สำคัญเป็นพิเศษ)

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่กล่าวมานี้ กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการที่คนทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้ง ไม่มีอะไรรุนแรงเท่ากับการเปลี่ยนแปลงการที่คนปฏิสัมพันธ์กัน เพราะการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง

นับตั้งแต่โฮโมซาเปียนได้เดินทางข้ามปากทะเลแดงเมื่อ 50,000 ปีก่อน องค์กรของมนุษย์ยังคงมุ่งเน้นการบรรลุประสิทธิภาพด้วยการทำซ้ำ ลองคิดถึงสำนักงานกฎหมายหรือสายพานการผลิตในโรงงาน และพิจารณาดูเป้าหมายของการศึกษาแบบดั้งเดิมของเรา ที่ให้นักเรียนได้รับองค์ความรู้และเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พวกเขาออกไปทำงานเป็นช่างปั้นหม้อหรือนายธนาคารตลอดชีวิต

โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างแน่นอน อย่างน้อยเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบวิวัฒนาการ แต่งานประจำวันในสำนักงานจะถูกกำหนดให้ทำซ้ำแบบเฉพาะเจาะจงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยคนจำนวนน้อยสั่งให้คนทุกคนร่วมกันทำซ้ำ และทำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยโครงสร้างแบบสั่งการจากข้างบนลงล่าง

แม้ว่าโครงสร้างดังกล่าวยังคงครอบงำองค์กร แต่มันกำลังล้มเหลว ช่วงชีวิตของบริษัทใหญ่ เช่น บริษัทในกลุ่ม Fortune 500 กำลังสั้นลงเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ปรับตัวช้าเหล่านั้นกำลังจะถึงจุดจบเร็วขึ้นทุกที

เรากำลังมุ่งหน้าอย่างรวดเร็วไปสู่โลกที่ถูกกำหนดด้วยการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงกันข้ามกับโลกที่ถูกกำหนดด้วยการทำซ้ำ ในขณะที่ชิ้นส่วนซึ่งซ้ำกันประกอบเข้าด้วยกันได้ดีขึ้นด้วยการทำซ้ำ เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกที่ยังเชื่อมโยงกันอยู่ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นและเร่งเร็วขึ้น เมื่อระบบใดระบบหนึ่งเปลี่ยนแปลง มันจะกระทบกระแทกสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว และพวกมันจะกระทบกระแทกสิ่งอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวต่อไปเรื่อยๆ ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นทุกที กฎระเบียบจะลดความสำคัญลง ใครก็ตามที่ต้องการทำตัวเป็นคนดีด้วยการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด หากไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ จะทำร้ายคนอื่นและทำลายกลุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คุณค่าในโลกนี้ไม่ได้เกิดจากการให้บริการแบบเดิมแก่ลูกค้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เกิดจากการบริหารจัดการกระบวนการเปลี่ยนแปลงแบบคาไลโดสโคป (kaleidoscopic change processes) ที่ชิ้นส่วนต่างๆ กระทบกระแทกชิ้นส่วนอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะคนในปัจจุบันนี้จำเป็นต้องเห็นและไขว่คว้าโอกาสที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา องค์กรจึงต้องจัดโครงสร้างใหม่ที่คล่องตัวและเปิดกว้างแบบทีมในทีม นั่นคือสิ่งที่เราเห็นจากอาณาจักรที่โลกใหม่ของการเปลี่ยนแปลงกำลังเฟื่องฟู ยกตัวอย่างเช่น ซิลิคอน เวลเลย์ และเมืองบังกาลอร์  ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของที่นั่น (และทุกที่ที่กำลังขยายตัว) คือการกำหนดว่าคนทำงานจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ต้องเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลง ในระดับใด และองค์กรกำลังส่งเสริมให้พวกเขาทำงานร่วมกันเป็นทีมในทีมอย่างคล่องตัวและเปิดกว้างได้ดีเพียงใด

ทีมจะไม่เป็นทีมเว้นเสียแต่ว่าทุกคนจะเป็นผู้เล่นที่ริเริ่ม และในโลกใบนี้คุณไม่อาจยอมรับสมาชิกที่ไม่ได้เป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลงมาร่วมทีม แน่นอนที่การทำซ้ำยังคงดำรง (แต่ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ และ World Wide Web กำลังทำให้ขอบเขตของมันแคบลง) แต่คุณไม่อาจยอมรับใครสักคนที่ขาดทักษะในการสังเกตเห็นและช่วยพัฒนาโอกาสในการเปลี่ยนแปลง เพราะนั่นคือคุณค่าที่ต้องการ

โลกนี้ต้องการกระบวนทัศน์ใหม่ต่อการเติบโตของเยาวชนและต่อการศึกษาเช่นกัน เมื่อ 50 ถึง 100 ปีก่อน สังคมได้ใช้ขั้นตอนที่รุนแรงในการเรียกร้องให้คนทุกคนต้องเรียนรู้ภาษาเขียน ปัจจุบันนี้เราต้องตอกย้ำว่าคนทุกคนต้องมีทักษะทางสังคมที่จำเป็นต่อการเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลง ที่มีประสิทธิภาพและมีความมั่นใจในตนเองก่อนที่พวกเขาจะมีอายุ 21 ปี ทักษะที่เป็นแกนสำคัญเหล่านี้ได้แก่ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การทำงานเป็นทีม และเป็นผู้นำแบบใหม่ (ที่นำทีมในทีมที่สมาชิกทุกคนเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีพลังอำนาจ) รวมทั้งการสร้างการเปลี่ยนแปลง (เชิญอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ: ทีมผู้ประกอบการร่วมของอโชก้าสากลที่ทำโครงการได้ที่: “Every Child Must Master Empathy” และ “Youth Years”)

ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงกำลังเร่งสูงขึ้น กฎระเบียบมีความสำคัญน้อยลงทุกที ใครก็ตามที่พยายามทำตัวเป็นคนดีด้วยการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างแข็งขัน หากไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ จะทำร้ายคนอื่นและทำลายกลุ่มอย่างหลีกเลียงไม่ได้ คนเหล่านี้ (และมักจะเป็นกลุ่มของเขาที่ตัวเขารวมอยู่ด้วย) จะถูกเบียดขับและโยนออกนอกวง ด้วยเหตุนี้ทักษะการเห็นอกเห็นใจจึงเป็นสิ่งสำคัญในเวลานี้

ทำอย่างไรให้โลกใบนี้ ที่มีระบบทั้งหลายซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงและกระทบกระแทกระบบอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา จะอยู่บนเส้นทางที่ปลอดภัยและเป็นธรรม รวมทั้งสร้างประโยชน์ต่อคนทั้งปวง โลกจะเป็นเช่นนั้นได้ ต้องมีกองกำลังอันทรงพลังที่คอยดึงสังคมให้กลับเข้าสู่ศูนย์กลางอยู่ตลอดเวลา

นี่จึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าผู้ประกอบการสังคมมีความสำคัญ (และไม่สงสัยเลยว่าทำไมภาคส่วนการประกอบการสังคมจึงเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา) ที่เป็นเช่นนี้เพราะเมื่อความท้าทายสูงขึ้นจนกระทบระบบ เราจำเป็นต้องมีผู้ประกอบการ เพราะนั่นเป็นงานผู้ประกอบการทำ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่มีเป้าหมายคับแคบ (คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของตนและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หรือฝักใฝ่ศาสนาหรืออุดมการณ์ใดใด) จะทำให้โลกหลงทิศผิดทาง สร้างผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้คนสูญเสียความเป็นส่วนตัว

ผู้ประกอบการสังคมเป็นกองกำลังเพื่อความถูกต้องที่ขาดไม่ได้ พวกเขาเป็นผู้ประกอบการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงระบบ และมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนเพื่อส่วนร่วมด้วยความลึกซึ้งจากภายในของพวกเขา (และงานของพวกเขา) เมื่อใดก็ตามที่โลกจำเป็นต้องเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ดีกว่า คนเหล่านี้จะปรากฏตัวขึ้นเพื่อทำให้มั่นใจว่าโลกต้องเคลื่อนไปในทิศทางนั้น