เสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นอโชก้าเฟลโลว์

Available in ENITJATHFRDEES

หากคุณสนใจเสนอชื่อผู้ประกอบการสังคมเพื่อเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายอโชก้าเฟลโลว์ เรายินดีจะรับข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้นและงานของเขาที่คุณให้ได้ ทั้งนี้ คุณสามารถให้ข้อมูลด้วยการกดปุ่มด้านล่างนี้

กรุณาอ่านหลักเกณฑ์การพิจารณา 5 ข้อที่อยู่ด้านล่างอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่คุณจะเสนอชื่อ มีคุณลักษณะตรงกับผู้ประกอบการสังคมแนวหน้าที่เรากำหนด

อโชก้าระลึกอยู่เสมอว่า เราไม่สามารถจะค้นหาผู้ประกอบการสังคมแนวหน้าจากทั่วโลกได้โดยลำพัง ผู้เสนอชื่อที่ดีจะช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งความคิดเห็นที่มีคุณค่าเกี่ยวกับนวัตกรรมสังคมใหม่ๆ ในสายงานนั้นๆ อยู่ตลอดเวลา เราขอบคุณในความช่วยเหลือล่วงหน้า

หลักเกณฑ์การพิจารณา

ผู้ประกอบการสังคมแนวหน้ามีลักษณะเช่นไร? อโชก้ามีกระบวนการตัดสินใจอย่างไร ว่าผู้สมัครคนใดเหมาะสมที่จะเป็นอโชก้าเฟลโลว์หรือไม่?

กระบวนการพิจารณาของอโชก้าขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ 5 ข้อที่ใช้ในการประเมินผู้สมัครเป็นอโชก้าเฟลโลว์ทุกคน ดังนี้

หลักเกณฑ์ชี้ขาด : ความคิดใหม่

อโชก้าจะพิจารณาเฉพาะบุคคลที่มีความมุ่งมั่นต่อแนวความคิดใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาแบบใหม่ หรือแนวการปฏิบัติใหม่ในการแก้ไขปัญหาสังคม ที่เปลี่ยนแปลงจากแบบแผนเดิมๆ ในประเด็นทางสังคมนั้นๆ เช่น สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ เราจะประเมินแนวความคิดนั้น โดยเปรียบเทียบกับพัฒนาการในอดีตและปรากฎการณ์ร่วมสมัย เพื่อหานวัตกรรมสังคมที่มีศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

ความคิดสร้างสรรค์

ผู้ประกอบการสังคมที่ประสบความสำเร็จต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ทั้งในเชิงการตั้งเป้าหมายและวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อทำให้วิสัยทัศน์ของเขาเป็นจริง ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่คุณลักษณะที่จะเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มักแสดงออกอย่างชัดเจนตั้งแต่วัยเยาว์ อโชก้าจึงอาจตั้งคำถามเกี่ยวกับผู้สมัครว่า บุคคลนี้มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับวิธีการที่จะตอบสนองความต้องการของเพื่อนมนุษย์ ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่? เขามีประวัติในการสร้างสรรค์วิสัยทัศน์ใหม่ๆ หรือไม่?

ทักษะของผู้ประกอบการ

หลักเกณฑ์ที่สำคัญที่สุดของเรา คือคุณลักษณะของผู้ประกอบการ ที่บ่งชี้ให้เห็นว่าการเป็นผู้ประกอบการสังคมชั้นหนึ่ง นั่นคือการเป็นผู้นำที่มองเห็นโอกาสในการสร้างการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม รวมทั้งอุทิศตนอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ผู้นำเหล่านี้มักมุ่งมั่นอยู่กับภารกิจของตน และเต็มใจที่จะใช้เวลา 10 หรือ 15 ปีข้างหน้าในการสร้างปรากฎการณ์ทางประวัติศาสตร์ ความมุ่งมั่นอย่างถึงที่สุดของพวกเขาเหล่านี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการทำความคิดใหม่ให้เป็นจริง ด้วยเหตุนี้ อโชก้าจึงยืนหยัดค้นหาผู้สมัครที่ทุ่มเทให้กับการทำงานเต็มเวลาในช่วงก่อตั้งและพัฒนางานของตน

ผลกระทบทางสังคม

หลักเกณฑ์ข้อนี้ ให้ความสำคัญกับแนวความคิด ไม่ใช่ตัวบุคคล อโชก้าสนใจเฉพาะความคิดที่เชื่อว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อปัญหาสังคมนั้นๆ อย่างมีนัยสำคัญ และขยายผลกระทบไปถึงระดับชาติ หรือในประเทศเล็ก อาจถึงระดับภูมิภาค ยกตัวอย่างเช่น อโชก้าจะไม่สนับสนุนการสร้างโรงเรียนหรือคลินิกใหม่ นอกจากว่า มันจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ที่ใหญ่กว่า ในการปฏิรูประบบการศึกษาหรือระบบสาธารณสุขในระดับชาติ หรือยิ่งใหญ่กว่านั้น

จริยธรรม

ผู้ประกอบการสังคมที่กำลังเสนอความคิดที่จะแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างสู่สังคม ย่อมต้องทำให้ผู้คนจำนวนมากปรับเปลี่ยนสิ่งที่เคยทำหรือเคยเป็นมาก่อน หากผู้ประกอบการสังคมไม่ได้รับความไว้วางใจจากคนรอบข้าง ก็จะทำไม่สำเร็จ อโชก้าขอให้ผู้เข้าร่วมกระบวนการพิจารณา ใช้หลักเกณฑ์ข้อนี้ประเมินผู้สมัครอย่างเคร่งครัด โดยใช้สัญชาติญาณและความรู้สึกด้วย ไม่ใช่ด้วยการวิเคราะห์เชิงเหตุผลเพียงอย่างเดียว คำถามที่สำคัญคือ “คุณไว้ใจบุคคลนี้อย่างสิ้นเชิงหรือไม่?” หากมีข้อกังวลใดใด ผู้สมัครจะไม่ผ่านการพิจารณา
 

กระบวนการการพิจารณาผู้เหมาะสมเป็นอโชก้าเฟลโลว์

อโชก้าค้นหาผู้ประกอบการสังคมแนวหน้าทั่วโลก ผ่านกระบวนการพิจารณาที่เข้มข้น ยึดคนเป็นศูนย์กลาง เพื่อรับพวกเขาเข้าเป็นสมาชิกเครือข่ายอโชก้าสากลและภาคีของมิตรบนพื้นฐานของความเชื่อใจ

กระบวนการพิจารณาของอโชก้าเป็นประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่ ผู้สมัครจะได้บอกเล่าเรื่องนวัตกรรมของเขา และชี้ให้เห็นว่ามันมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาสังคมเชิงโครงสร้างงานด้านนั้นๆ อย่างรอบด้านได้อย่างไร นอกจากนี้ ผู้สมัครจะได้แจกแจงกลยุทธ์และวิธีการทำงาน ตลอดจนทบทวนบทบาทของตน ทั้งในฐานะปัจเจกชนและในการเป็นผู้นำของโลกในวันนี้ กระบวนการสัมภาษณ์ของอโชก้าไม่เพียงเป็นการถามเพื่อให้ได้คำตอบ แต่เป็นการสร้างบทสนทนาอันเข้มข้น ที่ช่วยขัดเกลาความคิดของผู้สมัครให้คมชัด และสร้างพื้นที่ให้ผู้สมัครได้เดินทางเพื่อค้นพบตนเองและเติบโตทางความคิด

กระบวนการพิจารณามีดังนี้

  1. การเสนอชื่อ: อโชก้ารับการเสนอชื่อจากทีมงาน อาสาสมัคร พันธมิตร อโชก้าเฟลโลว์ หรือจากผู้เสนอชื่อทั่วไป และพิจารณาแนวคิดของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นอโชก้าเฟลโลว์ตามหลักเกณฑ์ 5 ข้อ แม้อโชก้าจะได้รับการเสนอชื่อจากเครือข่ายผู้เสนอชื่อด้วยความสมัครใจเป็นส่วนใหญ่ เรายังยินดีรับการเสนอชื่อตนเองจากผู้ประกอบการสังคม ผู้เชื่อว่าเขามีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของอโชก้า
  2. การพิจารณารอบแรก: ทีมงานอโชก้าจะพิจารณาคัดกรองผู้สมัครที่มีคุณสมบัติสอดคล้อง เพื่อวิเคราะห์หานวัตกรรมสังคม และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ทีมงานจะไปเยี่ยมเยียนผู้สมัครในพื้นที่ รวมทั้งนำงานของบุคคลนั้นไปปรึกษาหารือกับผู้ทรงคุณวุฒิในสายงานเดียวกัน
  3. การพิจารณารอบสอง: ผู้แทนอโชก้าสากลจากต่างประเทศจะทำการพิจารณารอบสอง เพื่อทบทวนความเห็นของผู้พิจารณารอบแรก ด้วยทัศนะและมุมมองของอโชก้าในระดับสากล ผู้พิจารณารอบสองจะมาจากทวีปอื่นที่ต่างจากผู้สมัคร เพื่อความเป็นกลางในการพิจารณา รวมทั้งการประเมินศักยภาพของแนวคิดนั้นในการขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ผู้พิจารณารอบสองจะสนทนากับผู้สมัครอย่างลุ่มลึก เพื่อค้นหาความเป็นนวัตกรรมของแนวคิดของผู้สมัคร รวมทั้งศักยภาพในการนำแนวคิดไปขยายผลกระทบและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ตลอดจนพิจารณาว่าผู้สมัครมีคุณลักษณะตามหลักเกณฑ์ของอโชก้าหรือไม่
  4. การพิจารณาโดยคณะกรรมการ: คณะกรรมการพิจารณาอโชก้าเฟลโลว์ ประกอบด้วยผู้นำภาคสังคม ผู้นำภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการสังคม จำนวน 3 คนขึ้นไป มาร่วมกันวิเคราะห์นวัตกรรมและผลกระทบทางสังคมตามแนวคิดของผู้สมัครในบริบทของสังคมไทย คณะกรรมการจะพิจารณาร่วมกันในกลุ่มที่นำโดยผู้พิจารณารอบสอง และจะต้องลงมติเป็นเอกฉันท์ ว่าจะเสนอแนะให้คณะกรรมการอำนวยการอโชก้าสากล พิจารณาผู้สมัครเป็นอโชก้าเฟลโลว์หรือไม่
  5. การประเมินของคณะกรรมการอำนวยการ:  คณะกรรมการอำนวยการอโชก้าสากลจะพิจารณาไตร่ตรองความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผู้สมัคร จากทีมงานอโชก้าในประเทศ จากผู้พิจารณารอบสอง และจากคณะกรรมการพิจารณา รวมทั้งประเมินผู้สมัครตามหลักเกณฑ์และวิสัยทัศน์ของอโชก้า หลังจากนั้น คณะกรรมการอำนวยการอโชก้าจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าจะรับผู้สมัครเป็นอโชก้าเฟลโลว์หรือไม่

“ในปี 2551 ฉันได้รับการพิจารณาให้เป็นอโชก้าเฟลโลว์ ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะมีโอกาสพบกับคนที่น่าทึ่งมากมาย ได้เดินทางไปที่ต่างๆ และเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและความคิดใหม่ๆ สิ่งที่ฉันไม่รู้เลยในเวลานั้นและเพิ่งจะมาตระหนักได้ในคราวนี้ คือการเติบโตอย่างรวดเร็วของตัวเอง ทั้งในฐานะบุคคล ผู้นำ และนักสร้างการเปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นที่อโชก้ามีต่อฉัน และสิ่งที่ตัวฉัน-เพียงลำพัง สามารถทำให้กับโลกนี้ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิต ฉันไม่แปลกใจเลยที่องค์กรของฉันเติบโตได้มากขนาดนี้ในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา เพราะการเติบโตขององค์กรของฉันเกิดขึ้นควบคู่กับความมั่นใจที่ฉันได้รับ จากการใช้คำ เช่น “เปลี่ยนชีวิต” “เปลี่ยนแปลงโลก” และ “รับความเสี่ยงด้านบวก” ซึ่งเป็นภาษาที่อโชก้าใช้ และเป็นโลกที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ทุกวันอย่างมีความสุข”

    – มอลลี่ เบเกอร์ (Molly Baker) องค์กร Girls on the Run สหรัฐอเมริกา อโชก้าเฟลโลว์ปี 2551

 

 

เครือข่ายอโชก้าเฟลโลว์

เป็นเวลากว่า 35 ปีที่อโชก้าได้สร้างและพัฒนา เครือข่ายของผู้ประกอบการสังคม 

ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังผ่านกระบวนการที่เข้มข้น ผู้ได้รับการพิจารณเป็นอโชก้าเฟลโลว์จะได้รับการต้อนรับเข้าสู่การเป็นสมาชิกตลอดชีพของเครือข่ายอโชก้าเฟลโลว์ ที่ซึ่งทุกๆ คนมุ่งมั่นกับการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ของสังคม เราส่งเสริมให้อโชก้าเฟลโลว์ร่วมเป็นเจ้าของเครือข่ายนี้ และร่วมมือกันเพื่อสร้างสรรค์วิสัยทัศน์ของโลกที่ทุกคนคือนักสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยกัน

 

อโชก้าเข้าใจดีว่าผู้ประกอบการสังคมแต่ละคนมีความต้องการที่ต่างกันตามลักษณะงานของแต่ละคน เมื่อได้เข้าเป็นสมาชิก อโชก้าเฟลโลว์แต่ละคนจะได้รับการสนับสนุนตลอดชีวิต ด้วยรูปแบบที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับงานของเฟลโลว์แต่ละคน เราต้องมั่นใจว่าแบรนด์ของอโชก้า กิจกรรมที่เราดำเนินการหรือประสานงาน รวมทั้งคนและองค์กรที่เราแนะนำให้รู้จัก  จะเป็นประโยชน์ต่อเฟลโลว์แต่ละคน เราเชิญชวนให้เฟลโลว์ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและทรัพยากรของเรา เพื่อนำไปสู่การขยายผลทางสังคมของตนให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น การสนับสนุนจากอโชก้าที่เฟลโลว์จะได้รับ ได้แก่:

  •  เงินสนับสนุนค่าครองชีพจำนวน 3 ปี (หากจำเป็น) เพื่อช่วยให้เฟลโลว์ได้ทุ่มเทกับการพัฒนางานของตนเต็มเวลา
  • โอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมที่ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเฟลโลว์แต่ละคนเพื่อขยายงานของตนเอง
  • การเผยแพร่เรื่องราวและผลงานของเฟลโลว์
  • ชุมชนและเครือข่ายระดับโลกของมิตร

อโชก้าเฟลโลว์บางคนกล่าวว่า เครือข่ายอโชก้าเฟลโลว์ ได้สร้างอัตลักษณ์ ชุมชนและภาคีเครือข่ายให้แก่พวกเขา เพื่อจะทำงานได้มากขึ้น

“การเห็นตัวเองเป็นผู้ประกอบการสังคมมีความสำคัญมาก มันทำให้ฉันมีบทบาทที่ชัดเจน และเกิดความมั่นใจว่าฉันเป็นสมากชิกของเครือข่ายเพื่อนร่วมวิชาชีพที่มีความสามารถคล้ายคลึงกัน”

          – เมน่า อาโบกาบีร์ (Ximena Abogabir) องค์กร Casa de la Paz ประเทศชิลี อโชก้าเฟลโลว์ ปี 2538